การทำน้ำยาเอนกประสงค์

 

การได้มีโอกาสในการผลิตอะไรเอง ถือว่าเป็นส่วนดีอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้คุณประหยัดสตางค์ ค่าใช้จ่ายแล้ว ยังทำให้สามารถถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ไปยังกลุ่มเพื่อนๆ เพื่อจะได้หันมายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงกัน ซึ่งการทำน้ำยาทำความสะอาด ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่หลายๆ คน อยากจะหันมาทำเองดูบ้าง หลักเบื้องต้นสำหรับการทำน้ำยาทำความสะอาดในครัวเรือนมีสูตรที่ง่ายๆ สามารถนำออกมางานได้จริง

คุณสมบัติที่ดีของการทำน้ำยาทำความสะอาด
การทำน้ำยาทำความสะอาดในครัวเรือน ที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติคือ มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาด เพราะการที่จะนำไปทำความสะอาดตามพื้นหรือวัสดุต่างๆ นั้น จะต้องสามารถทำความสาดได้ดี มีความคงตัวที่ดี ตัวน้ำยาเองก็จะไม่ทำลายพื้นผิว มีความสะดวกต่อการใช้งาน การให้ฟองที่พอเหมาะ โดยไม่จำเป็นต้องมีฟองมากเกินไป ต้องไม่มีคราบตกค้างลงบนพื้นหรือวัสดุที่ทำความสะอาดโดยเด็ดขาด และสามารถเก็บได้นาน อีกทั้งจะต้องปลอดภัยต่อผู้ใช้ โดยจะต้องไม่ระคายเคืองต่อผิว และให้กลิ่นหอมสดชื่น มีรูปลักษณ์สวยงามน่าใช้

องค์ประกอบสำคัญในสูตรการทำน้ำยาทำความสะอาด
การทำน้ำยาทำความสะอาด จะต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสารลดแรงตึงผิว เป็นสารเชิงซ้อน และสารให้ความเป็นด่าง รวมถึง สารขัด สารฟอกขาว และสารฆ่าเชื้อโรค ในกลุ่มของสารเชิงซ้อน จะมีไตร ฟอสเฟตที่ใช้เป็นตัวเสริมพลังทำความสะอาดบนพื้นผิว ส่วนที่ใช้เกลือของโปแทสเซียมเ พราะว่ามันละลายน้ำได้ ยังมีใช้ กลุ่มที่เป็นโพลีเมอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาด และลดคราบตกค้าง ส่วนคาร์บอเนต ซิลิเกต บอเรท และ โมโนฟอสเฟต จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดพื้นได้ดี และ ซิลิเกตยังสามารถช่วยในการยับยั้งการถูกกัดกร่อนของพื้นผิวโลหะ สำหรับการทำความสะอาดคราบติดแน่นมากๆ ก็จะมีพวก ผงแร่ เช่น ควอทส์ ทำหน้าที่เป็นผงขัด และช่วยเพิ่มแรงในการทำความสะอาด ขนาดเม็ดของผงแร่ เหล่านี้ ต้องไม่ใหญ่เกินไป เพราะอาจทำให้พื้นผิวที่ทำความสะอาด เป็นรอยได้

ประเภทของการทำน้ำยาทำความสะอาด
การทำน้ำยาทำความสะอาดเอนกประสงค์ จะแบ่งประเภทออกเป็นหลายๆ ประเภท คือน้ำยาขัด ,น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะที่ การทำน้ำยาทำความสะอาดครัวเรือนแบบเอนกประสงค์ที่ดี ควรมีคุณสมบัติดังที่กล่าวมา นอกจากนี้ในกลุ่มของสารฟอกขาวในกลุ่มสารฟอกขาวคลอรีนอย่างพวก โซเดียมไฮโป คลอไร้ท ที่จะมีคุณสมบัติ ในการฆ่าเชื้อโรค แต่ต้องระวังเรื่องความคงตัวในสูตร เพราะโดยธรรมชาติมัน จะสลายตัวได้เร็ว และทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ส่วนการเลือกสารลดแรงตึงผิวที่เหมาะสม จะช่วยทำให้ยืดระยะความคงตัวของสารฟอกขาวคลอรีนได้เป็นอย่างดี

Please follow and like us:
0

ใส่ความเห็น