รีวิว น้อง.พี่.ที่รัก หนังรักที่ไม่มีการกระทำยืนยัน มันก็คือไม่รักนั่นล่ะ

ส่วนตัวชอบชื่ออังกฤษมากกว่าชื่อไทยอีกสำหรับ Brother of The Year 2018 ที่ให้อารมณ์ประชดประชันและกวนบาทาใช่ย่อย ส่วนชื่อไทย น้อง.พี่.ที่รัก ก็เล่นคำได้ดีทั้งมีสัมผัสเสียง ทั้งการแบ่งส่วนที่จะถูกเล่าได้อย่างชัดเจนคือ น้องสาวแสนสวย พี่ชายแสนหวงที่คั่นกลาง และแฟนหนุ่มแสนน่ารัก ยังไม่รวมถึงการมีจุดคั่นระหว่างกันให้รู้สึกถึงความไม่เชื่อมโยงขัดแย้งเล็กๆ ด้วย ก็ถือว่าคิดเตรียมการบ้านมาดีสมกับเป็นหนังค่าย GDH ที่เชี่ยวชาญเรื่องการทำหนังได้มาตรฐานอยู่แล้ว

หนังเรื่องนี้เป็นการกลับมาท้าทายตลาดครั้งที่ 3 แบบงานเดี่ยว สำหรับ บอล – วิทยา ทองอยู่ยง ผู้กำกับที่มุ่งมั่นกับสายตลกนำ ที่คงมีอยู่ไม่กี่คนในค่าย GDH ที่จะมุ่งทางชัดขนาดนี้ ทั้งจาก เก๋า..เก๋า (2549) และ บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) ครั้งนี้ไม่มี .. ในชื่อหนัง แต่ใช้ . เดี่ยวคั่นแทน ก็จะนับว่าเป็นลายเซ็นของบอลอย่างหนึ่งได้แล้วมั้งกับเรื่องการมี . ในชื่อหนัง และครั้งนี้มีถึง 3 . เลยด้วย นั่นเลยหวังได้ว่ามันคงมีอะไรมันๆ ขึ้น (ฮา) คือส่วนตัวเลยยอมรับว่าชอบงานที่ไม่สมบูรณ์แบบของเขานะ มันมีความสดและความดิบใน เก๋า..เก๋า พอสำเร็จระดับหนึ่งเขาก็ลองเพิ่มความละมุนลงไปใน บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน แต่ก็ยังไม่ทิ้งเรื่อง “ตลก” ที่เป็นสิ่งที่เขาสนใจไป และแม้ตลาดอาจไม่ได้ตอบรับหนังของบอลในระดับยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับงานเรื่องดังของค่าย แต่ก็ต้องบอกว่า บอล มีแฟนคลับของเขาที่เข้มข้นพอสมควรทีเดียว และน่าชื่นชมที่เขาไม่พยายามเป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ใช่

เรื่องนี้เขาได้องค์ประกอบนักแสดงที่เด็ดดวงยิ่งกว่าครั้ง เก๋า..เก๋า ที่ตอนนั้นก็นับว่าเด็ดจนไม่น่าจะทำได้ในยุคนี้อีกแล้ว เพราะรอบนี้ได้ดาราเบอร์ต้นของประเทศมาแสดงนำถึง 3 คนเลย (ซึ่งทั้งเรื่องก็เหมือนจะเน้นแค่นี้จริงๆ) คือ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ (ในบท ชัช พี่ชายจอมป่วนหวงน้องสาว) ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ในบท เจน น้องสาวสุดเพอร์เฟกต์) และแม่เหล็กอันดับหนึ่งแห่งวงการติ่งเกาหลีไทย คุณ – นิชคุณ หรเวชกุล (ในบท โมจิ หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นสุดคิ้วท์)

เรื่องราวว่าด้วยสายสัมพันธ์ของพี่น้องที่อาจจะรักกันแบบซึนๆ หน่อย จนกลายเป็นทั้งความดราม่า และความตลกฮาไปพร้อมกัน เมื่อน้องสาวที่มีพี่ชายไม่เอาอ่าว และพยายามขัดขวางความรักของน้องสาวทุกทาง เธอจะต้องสู้เพื่อความรัก และเอาตัวปัญหาออกจากชีวิตให้ได้ ซึ่งในอีกทางคำว่าพี่น้องมันก็ตัดกันไม่ขาด แล้วจะลงเอยอย่างไร เพราะตัวพี่ก็แสบเสียเหลือเกิน

ด้วยเนื้อหาที่เอาจริงๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเหมาะเป็นหนังไหม หรือควรแค่ซีรีส์ แต่ด้วยฝีมือการเขียนบทของ GDH ก็สามารถหากิมมิกนู่นนี่มาเสริมเนื้อหา ให้มีแง่มุมมากขึ้นได้อย่างน่าสนใจ ทั้ง

การที่ซันนี่เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้านเพราะพ่อที่เป็นฝรั่งทิ้งไปตั้งแต่เด็ก ลุงที่เป็นเหมือนพ่อก็แปลงสภาพเป็นคุณป้า เขาต้องแบกรับความเป็นตัวแทนพ่อจนอาจเกิดความกดดันและหนีปัญหาเมื่อพบว่าตัวเองห่วยเกินกว่าจะเป็นผู้นำครอบครัวให้น้องภูมิใจ ด้วยการทำตัวเละเทะเกินเยียวยาให้ทุกคนสนใจแทน น้องสาวอย่างญาญ่าที่รู้ตัวอีกที พี่ที่เป็นโรลโมเดลตอนเด็กจนทำให้เธอสนใจความเป็นญี่ปุ่นทุกอย่าง ทั้งจากการ์ตูนที่พี่อ่าน เบสบอลที่พี่ชอบเล่น จนได้สอบชิงทุนไปญี่ปุ่นสำเร็จ แล้วก็พบว่าจริง ๆ พี่ชายคือตัวปัญหา ตัวภาระ ที่โยนทุกอย่างมาให้น้อยสาวอย่างเธอจัดการ แต่เธอแม้จะปากว่าหน้าร้ายกับพี่ แต่ลึกๆ เธอก็ห่วงและพยายามช่วยพี่ชายทุกทาง นิชคุณในบทหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นที่ตกหลุมรักญาญ่าแบบแทบจะทันที เขาพร้อมยอมแลกทั้งหน้าที่การงาน ทั้งชีวิตที่เหลือหากต้องทิ้งญี่ปุ่นมาอยู่ไทย และเงินสินสอดที่พี่ชายจอมป่วนพยายามสร้างกำแพงขวางไว้ เขาคือความมุ่งมั่นความรักของผู้ชายอบอุ่นในแบบที่ซันนี่ให้ไม่ได้กับครอบครัวนี้

แต่ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ หนังไม่ได้ใช้โมเม้นท์ใดมาขยายเพิ่มมิติทางตัวละครได้คมคายพอ ทั้งเรื่องปมในตัวซันนี่ ที่สุดท้ายก็มาแค่คำพูดว่า จริงๆ รักน้องสาวแต่เกลียดความห่วยของตัวเอง ซึ่งจนแล้วจนรอดจนจบหนังเราก็ไม่ได้เห็นความพยายามในการเป็นฝ่ายให้น้องสาวใดๆ เลย ไม่มีมุมแบบที่รู้สึกเลยว่าคนเป็นพี่ชายเป็น

เป็นหนังเรื่องแรกของ GDH เลยมั้ง ที่รู้สึกว่าบทพร่องมากจนเราไม่อิน พร่องถึงขนาดว่าตัวละครหลักไม่มีพัฒนาการใดๆ ต้นหนัง กลางหนัง และจบหนัง ซันนี่คือคนเดิมที่เพิ่มเพียงคำพูดเก๋ๆ และการกระทำที่เกิดมาก็แค่ไหลไปตามสถานการณ์ ไม่ได้พิสูจน์ตัวอะไรเลยว่าจริงๆ เขารักน้องสาว ไม่มีการเสียสละอะไรเลยสักอย่างทั้งแรงกายแรงใจในแบบพี่ชาย ซึ่งในขณะที่ทุกคนในหนังทั้งตัวน้อง ตัวแฟน ตัวแม่ ทุกคนเป็นฝ่ายให้ตัวพี่ชายมาตลอด จนถึงสุดท้ายเราอาจโอเคกับบทสรุปฟีลกู้ด แต่เราก็ยังไม่อินกับสายสัมพันธ์คู่นี้จริงๆ ว่ามันเป็นพี่น้องซึนๆ ที่รักกัน คือหนังฟีลกู้ดที่มีคนห่วยๆ แต่รักจริง มันก็จะใช้ความจริงใจแบบห่วยๆ แสดงการกระทำแบบทื่อๆ จริงใจๆ เรียกน้ำตาได้

กิมมิกย่อยๆ ที่ปกติทำงานได้ดีกับบทหนังค่ายนี้ที่ชอบทิ้งไว้แล้วเอามาตีหน้าคนดูตอนท้ายให้จุกซึ้งได้ประจำ กับเรื่องนี้กลายเป็นว่าพยายามเข้ามาเพื่อสร้างมุกแต่ไม่มีผลอะไรเลย ทั้งนกฮูกที่ไม่ได้มีความหมายอะไรพิเศษ นอกจากตั้งใจเอามาสร้างความแปลกใจ ซึ่งจริงๆ ในแง่เนื้อหาหน้าที่การต้องมีอยู่ของมันจะเป็นหมา แมว เสือดำ ก็ไม่ต่างกันเลย

ฉายาของซันนี่อย่าง พี่ขอย ที่มันต้องมีอะไรแน่ๆ เรารอความหมายที่แท้จริงของมันมาตลอดว่ามันต้องกระแทกเราแน่ๆ ในตอนเฉลยแบบที่หนังค่ายนี้ชอบวางกลไว้กับคนดู แต่แล้วเอาเข้าจริงฉายามันกลับไม่มีอะไรเลย ความหมายคือคำเหยียดหยันที่มาจากน้องที่บอกว่ารักพี่คนนั้นด้วยซ้ำ แถมไม่มีแง่มุมความสำนึกผิดที่น้องสาวทำให้ทุกคนเรียกพี่แบบนี้มาจนโตแม้แต่นิดเดียว มันไม่ได้มีแง่มุมของความรักซ่อนอยู่ในชื่อฉายานี้แต่อย่างใดเลยจริงๆ (สรุปรักกันหรือเปล่าเริ่มไม่แน่ใจ?)

คำถามพวกนี้ยังตามราวีไปถึงต้นถึงกลางเรื่อง เมื่อพี่น้องเริ่มกลั่นแกล้งกันรุนแรงๆ ขึ้นเรื่อยๆ จนเกินเลยลิมิตชีวิตปกติที่พี่น้องที่ยังรักกันจะแกล้งกัน เพราะมันลากไปถึงขนาดทำลายอาชีพการงานกันได้ คือมันถูกใส่เพื่อพัฒนาสถานการณ์เพื่อสร้างมุกล้วนๆ ซึ่งมันตลกจริงๆ ล่ะ แต่มันทำลายความน่าเชื่อถือของหนังที่พยายามจะไปดราม่าตอนท้าย เพราะเราไม่รู้สึกอะไรเลยจริง ๆ ว่ามันแอบมีมุมรักกันอยู่ ถ้าบอกว่าเกลียดกันจนมีฝ่ายหนึ่งตายแล้วคนที่เหลือถึงสำนึกมันยังดูมีแง่มุมให้เข้าใจมากกว่า

การพยายามเป็นทั้งหนังตลก และหนังดราม่า สร้างปัญหาไม่แพ้กัน เพราะแนวทางมุกที่หนังพยายามเป็นในช่วงครึ่งแรกมันคือมุกสไตล์ญี่ปุ่นที่เวอร์ๆ แฟนตาซี การ์ตูนๆ นิดๆ แบบใน เมย์ไหนฯ แต่ดันยืนบนพื้นที่ดูเรียลดูชีวิตจริงจนไม่เข้ากัน ยิ่งพอดราม่ามันจริงจังขึ้น เราเลยยิ่งไม่อิน ทั้งยังทำลายความน่าเชื่อบางอย่างไปด้วย อย่างมุกจีบกันตอนสัมภาษณ์งานที่ให้นิชคุณนินทาเป็นภาษาญี่ปุ่นโต้งๆ ต่อหน้าญาญ่า มันขัดคาแรกเตอร์คนญี่ปุนที่จะนินทาคนชาติอื่นแบบเปิดเผยขนาดนั้นในที่ทำงาน ทั้งยังแสดงความโง่ของพระเอกที่คาแรกเตอร์ดูฉลาดลงด้วยเพราะไม่รู้แม้แต่นางเอกเรียนจบญี่ปุ่นมาทั้งที่อยู่ในใบสมัครงาน นี่คือตัวอย่างเล็กๆ ที่หนังที่จะขายความจริงจังในดราม่าความสัมพันธ์ได้เตะตัดจาตัวเองด้วยการพยายามให้ตลกตั้งแต่ต้นๆ เรื่อง

คือมองว่าเลือกทางตลกผิดจริงๆ ในหนังเรื่องนี้ ตลกคาเฟ่อุ่นๆ ดราม่าอย่างใน บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อนฯ หรือจะบ้าให้สุดอย่างใน เก๋า..เก๋า ยังเนียนกว่า คือต้องเลือกสักอย่าง

แต่พูดไปขนาดนั้นใช่ว่าหนังจะไม่น่าดูนะครับ เพราะเอาจริงๆ คือหนังมีมาตรฐานสูงตามสไตล์ GDH มีดาราที่ทรงพลัง การแสดงที่ไม่ได้บทส่งแต่ก็ยังเอาอยู่ โดยเฉพาะฉากดราม่าหลังตักบาตรช่วงท้ายหนังคือสิ่งยืนยันที่เชื่อว่าทุกคนถูกสั่นสะเทือนก้วใจด้วยพลังการแสดงของจริง – น่าเสียดายที่เรารู้สึกกับหนังจริงๆ แค่ฉากนี้ในส่วนดราม่า ซันนี่ ญาญ่า นิชคุณ คือสิ่งที่ลงตัวมากๆ มีเสน่ห์มากๆ แม้คนที่จะน่าจดจำจริงๆ มีแค่ซันนี่ก็ตาม แต่ต้องบอกเลยว่าทีมดาราสมควรได้รับการชื่นชมทุกคนครับ

และสำหรับคนที่แสวงหาความบันเทิงมุกตลกของมันก็ทำงานได้เยอะ ได้เพลิน เป็นอีกหนังที่ดูเพื่อผ่อนคลายได้ดีมากๆ