App War:แอปชนแอป แรงขับของหนุ่มสตาร์ทอัพ

สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกค่อนข้างชอบ App War:แอปชนแอป หนังเรื่องล่าสุดจากค่าย ที โมเมนต์ นั้นคือความพยายามที่จะหยิบเอาเรื่องการพัฒนา “สตาร์ทอัพ” ของคนรุ่นใหม่เอามาเป็นประเด็นของหนัง ก่อนที่จะเอามันเข้าไปโยงเข้ากับพล็อตเรื่องความรักระหว่างหนุ่มสาว

หนังเริ่มต้นขึ้นเมื่อตัวละครอย่างบอมบ์ (ณัฏฐ์ กิจจริต) และจูน (วริศรา ยู) สองหัวหน้าทีมทำแอพลิเคชั่นที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการประกวดสตาร์ทอัพ (Startup) บนเวทีไหนมาก่อน เมื่อพวกเขาเจอกันที่ร้านอาหารอินเดีย ทั้งสองพบว่าต่างก็ชอบอะไรหลายๆอย่างที่แปลกๆเหมือนๆกัน ความรู้สึกดังกล่าวทำให้บอมบ์เกิดแรงบันดาลใจอยากจะพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่ใช้หาเพื่อนเพื่อทำกิจกรรมเดียวกันภายใต้ชื่อ INVITER หลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน มีอีกแอปฯ เปิดตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งแนวคิดและวิธีการทำงาน จนกระทั่งบอมบ์ค้นพบว่าแอปฯ AMJOIN นั้นเป็นผลงานการคิดค้นของจูน!

จากความรู้สึกดีๆที่ทั้งคู่มีให้กันก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยว่าอีกฝ่ายหนึ่งกำลังจะก๊อปปี้งานของอีกฝั่งหรือเปล่า ในโลกธุรกิจที่ต้องพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด เพราะจำนวนผู้ใช้งานสามารถเป็นสิ่งตัดสินความสำเร็จของแอปฯ ได้เหมือนกัน เหมือนบอมบ์ค้นพบว่าจำนวนผู้ใช้ INVITER ยังเป็นรอง AMJOIN อยู่ทำให้เขาพยายามพัฒนาแอปฯ ของตัวเอง

แรงขับของตัวละครอย่างบอมบ์ เรียกได้ว่าค่อนข้างน่าสนใจมาก เนื่องจากเดิมเขาเป็นโปรแกรมเมอร์ที่มากความสามารถ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกจะ “ลาออก” จากงานประจำเพื่อมาพัฒนาแนวคิดของตัวเองให้กลายเป็นรูปเป็นร่าง แต่การแบกรับความคาดหวังของคนอื่น รวมไปถึงการพัฒนาแอพลิเคชั่นให้สามารถอยู่รอด รวมถึงการตั้งบริษัทนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อหนังถ่ายทอดอุปสรรคต่างๆที่เขาต้องเผชิญไม่ว่าจะเป็นผลตอบรับจากผู้ใช้ การพัฒนาแอพฯ ของตัวเองให้แตกต่างจากคู่แข่ง การวางกลยุทธ์ทางการตลาด รวมไปถึงการตั้งเป้าหมายให้แอพฯ INVITER สามารถเข้าไปอยู่ในหมวดซีรีส์ A ซึ่งหมายถึงการได้รับทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจสตาร์ทอัพไม่ประสบความล้มเหลวในสภาพคล่องทางการเงินจนต้องยุติกิจการนั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้นการที่ตัวละครอย่างบอมบ์เป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์บางอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่น ยิ่งทำให้เขากลายเป็นตัวละครที่น่าสนใจ เมื่อตัวละครนี้สามารถถ่ายทอดให้เราเห็นว่า บางครั้งการที่เรามีเพื่อนสนิท แต่ไม่ได้ชอบกิจกรรมบางประเภทเหมือนกันเลยทำให้เขาไม่มีเพื่อนที่จะไปทำกิจกรรมนั้นๆด้วย การนำความรู้สึก “ขาด” ดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นนวัตกรรม (แอพพลิเคชั่น) ที่ใช้หาเพื่อนเพื่อไปทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบด้วยกันนั้นจึงเป็นแนวคิดที่เรียกได้ว่าเป็นการพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสอย่างแท้จริง

แต่น่าเสียดายที่กว่าครึ่งหนึ่งของ App War:แอปชนแอป จะมัวสาละวนกับการสร้างสถานการณ์วุ่นวายเข้ามาเพื่อให้ตัวละครหันมาโฟกัสเรื่องการช่วงชิงความสำเร็จจนกลายเป็นสงครามระหว่างทีม INVITER และ AMJOIN อยู่พักใหญ่จนเราอดเข้าไปสำรวจมุมมองในเชิงธุรกิจที่มีความลึกมากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามก็คงต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้มีความทะเยอทะยานในแง่ของการสร้างตัวละคร การวางพล็อตเรื่องที่ร่วมสมัย เพียงแต่บทภาพยนตร์อาจจะเทน้ำหนักในทิศทางหนังโรแมนติกคอมมาดี้ มากกว่าจะเป็นหนังวัยรุ่นที่สู้เพื่อลำแข็งและพัฒนาแนวคิดของตัวเองเพื่อไปให้ถึงความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจ ซึ่งเป็นจุดที่เรารู้สึกว่า “น่าเสียดาย” จริงๆ